กำเนิดกองเสือป่า และสโมสรเสือป่าราชบุรี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนากองเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ และทรงก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย) เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการปลูกฝังความรักชาติ ความสามัคคี วินัย และความพร้อมเพรียงของข้าราชการและพลเรือน
หลังจากทรงจัดตั้งกองเสือป่าแล้ว ยังทรงมีพระราชดำริว่า ควรมีสถานที่ใช้ในการหัดแถวยุทธวิธี ซ้ายหัน ขวาหัน หมอบคลาน เคลื่อนที่ ฝึกซ้อมสมาชิกเสือป่า นอกจากสนามฝึกซ้อมแล้ว ควรมีสถานที่รวมตัวเพื่อเป็นที่ชุมนุม ประชุม สังสรรค์ เล่นกีฬา อบรมสั่งสอน และปรึกษากิจการเสือป่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง สโมสรเสือป่าแห่งแรก ณ สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ก่อนจะขยายการจัดตั้งไปยังมณฑลต่างๆ
ลำดับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์
การก่อสร้างอาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี โดยสมาชิกและประชาชน
ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเริ่มสร้างปีใด แต่มีหลักฐานบันทึกว่า สมาชิกเสือป่า พ่อค้า และประชาชนชาวราชบุรี ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ เพื่อใช้เป็นที่ชุมนุม สังสรรค์ และฝึกยุทธวิธีของเหล่าเสือป่ามณฑลราชบุรี
รัชกาลที่ ๖ เสด็จฯ ประทับเสวยเครื่องว่าง และทอดพระเนตรการแสดงไฟฉาย
ตามจดหมายเหตุพระราชกรณียกิจรายวัน เวลาบ่าย เสด็จเยี่ยมโรงทหารกองพลที่ ๔ มณฑลราชบุรี ทอดพระเนตรในโรงทหาร แล้วเสด็จประทับเสวยเครื่องว่าง ณ สโมสรเสือป่าเมืองราชบุรี จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรไฟฉายของทหารที่หน้าสโมสรเสือป่า ก่อนเสด็จกลับพลับพลาที่ประทับ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ฯ มีกระแสพระดำรัสซ้อมรบ ณ สโมสรเสือป่า
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสด็จมาทอดพระเนตรการฝึกหัดกองพันทำการรบของกรมทหารราบที่ ๔ ซึ่งเป็นการซ้อมรบสมัยใหม่โดยประสานงานระหว่างทหารปืนกลหนักและทหารราบ ณ สนามบริเวณอาคารเสือป่า และทรงมีกระแสพระดำรัสชี้แนะยุทธวิธี ณ อาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี
พ.ร.บ. โอนทรัพย์สินกองเสือป่าตกเป็นของคณะลูกเสือแห่งชาติ
มีการตราพระราชบัญญัติให้ทรัพย์สินกองเสือป่าตกเป็นของคณะลูกเสือแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๒ เพื่อโอนทรัพย์สินทั้งหมดของกองเสือป่าไปอยู่ในความดูแลของคณะลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) ส่งผลให้อาคารสโมสรเสือป่าอยู่ในความดูแลของลูกเสือจังหวัดราชบุรีสืบต่อมา
รัชกาลที่ ๘ เสด็จฯ พร้อมด้วยรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระราชชนนี เสวยเครื่องว่าง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘) เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังสโมสรเสือป่า พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ได้ทรงปฏิสันถารกับราษฎรชาวราชบุรีที่มารับเสด็จอย่างใกล้ชิด จากนั้นทรงเสวยเครื่องว่าง ณ อาคารสโมสรเสือป่า ก่อนเสด็จฯ ต่อไปยัง อ.หัวหิน
จากคำบอกเล่าของ อ.ประพิน ออกเวหา (หนังสือ "ช่วงหนึ่งแห่งกาลเวลา") เล่าว่า เมื่อเป็นนักเรียนโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ คณะครูและนักเรียนได้มาร่วมทำความสะอาดอาคารสโมสรเสือป่าเพื่อเตรียมการรับเสด็จครั้งประวัติศาสตร์นี้
ยุคสถานควบคุมคุดทะราด และการแลกเปลี่ยนที่ดินสู่กระทรวงสาธารณสุข
กองควบคุมกามโรคและคุดทะราด กรมอนามัย ได้ขออนุญาตใช้สโมสรเสือป่าเป็นสถานควบคุมคุดทะราด โดยร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) จนสามารถกวาดล้างโรคคุดทะราดหมดไปจากราชบุรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ จากนั้นเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๐ ได้มีการแลกเปลี่ยนที่ดิน ๑๑ ไร่พร้อมอาคารเสือป่ากับกระทรวงศึกษาธิการ อาคารจึงอยู่ในความดูแลของกรมอนามัยสืบมา
ขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร และการบูรณะครั้งใหญ่ พ.ศ. ๒๕๕๖
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนอาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี พื้นที่ ๑ งาน ๙๒ ตารางวา เป็นโบราณสถานสำคัญ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ศูนย์อนามัยที่ ๔ (ปัจจุบันศูนย์อนามัยที่ ๕) ได้จัดตั้งมูลนิธิพิพิธภัณฑ์เสือป่าราชบุรี ดำเนินการบูรณะอาคารตามแบบกรมศิลปากรด้วยงบ ๔.๘ ล้านบาท ส่งมอบงานบูรณะสมบูรณ์เมื่อ ๖ กันยายน ๒๕๕๖
รื้อถอนอาคารบริการด้านหน้า เตรียมสร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖
ศูนย์อนามัยที่ ๕ ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารบริการเดิมที่บดบังด้านหน้าสโมสรเสือป่า เพื่อเปิดภูมิทัศน์และเข้าสู่กระบวนการที่กรมศิลปากรจะออกแบบสร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ ในฉลองพระองค์เสือป่า พร้อมลาน Landscape สวนประวัติศาสตร์อันสง่างาม
อัตลักษณ์สถาปัตยกรรมและพื้นที่ประวัติศาสตร์
อาคารสโมสรเสือป่าราชบุรี เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นทรงปั้นหยาตามแบบที่นิยมสร้างกันในสมัยรัชกาลที่ ๕–๖ มุงด้วยกระเบื้องว่าวสีแดง ชั้นล่างตรงกลางเป็นโถงบันไดไม้ขนาดใหญ่ ด้านข้างเป็นห้องใหญ่สองห้อง พื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังของอาคารทั้ง ๒ ชั้น เป็นราวระเบียงปูนประดับด้วย หัวเสือปูนปั้น อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พื้นระเบียงชั้นล่างด้านหน้าปูกระเบื้องเคลือบเขียนสี ส่วนด้านหลังเป็นพื้นไม้ ชั้นบนเป็นพื้นไม้ทั้งหมด ช่วงกึ่งกลางราวระเบียงมีป้าย "สโมสรเสือป่า"
โครงสร้างสองชั้นทรงปั้นหยา
ก่ออิฐถือปูนสองชั้นผสมผสานงานไม้เนื้อแข็ง ฉาบปูนผสมสีเหลืองในเนื้อปูนเพื่อรักษาผิวสัมผัสโบราณ หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าวสีแดง บานประตูหน้าต่างสีเขียวตามแบบสถาปัตยกรรมยุค ร.๖
ประดับหัวเสือปูนปั้น & ราวระเบียง
ราวระเบียงปูนทั้งชั้นบนและล่างประดับด้วยประติมากรรมหัวเสือปูนปั้นอันเป็นตราสัญลักษณ์ของกองเสือป่า มีบันไดไม้คู่ใจกลางอาคารเชื่อมต่อสู่ระเบียงชมวิวสำหรับทอดพระเนตรการฝึกซ้อม
การปรับเปลี่ยนสู่งานสาธารณสุข
อาคารได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยศูนย์อนามัยที่ ๕ เปลี่ยนผ่านจากสโมสรเสือป่าสู่สถานควบคุมคุดทะราด และศูนย์อนามัยแม่และเด็ก ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของ Adaptive Reuse ในมรดกสถาปัตยกรรมระดับชาติ
วิวัฒนาการอาคารสโมสรเสือป่าราชบุรี ๖ ยุคสมัย
ตลอดระยะเวลากว่า ๑๑๓ ปี อาคารสโมสรเสือป่าราชบุรีได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การใช้งาน และการบูรณะครั้งสำคัญ ซึ่งภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของแท้ได้บันทึกร่องรอยการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง
ยุคสถานควบคุมคุดทะราด
ถ่ายปี ๒๕๐๑ มีป้ายโครงการควบคุมคุดทะราดขนาดใหญ่ มุขด้านหน้ายังอยู่ กระเบื้องมุงเป็นกระเบื้องว่าว บันไดมี ๔ ขั้นก่อนขึ้นอาคาร
ยุคศูนย์กามโรค & อนามัย
ถ่ายปี ๒๕๒๑ รื้อมุขหน้าออกราวปี ๒๕๑๐ เพื่อสร้างอาคารบริการศูนย์อนามัยแม่และเด็ก และถูกเปลี่ยนหลังคาเป็นกระเบื้องลอน
ก่อนบูรณะใหญ่
ตัวอาคารสีเทา คานชั้น ๒ ทรุดจนต้องมีเสาค้ำยันหลังคา บันไดหน้าเหลือ ๑ ขั้นจากการถมดิน มีการตั้งมูลนิธิพิพิธภัณฑ์เสือป่าเพื่อเตรียมบูรณะ
บูรณะสำเร็จสมบูรณ์
ส่งมอบงาน ๖ ก.ย. ๒๕๕๖ งบ ๔.๘ ล้านบาท เสริมโครงสร้าง คืนกระเบื้องว่าวสีแดง ผนังปูนฉาบผสมสีเหลือง และประตูหน้าต่างสีเขียวตามแบบดั้งเดิม
ความสง่างามยามราตรี
ถ่ายปี ๒๕๖๑ การจัดแสงไฟส่องสว่างสะท้อนเส้นสายสถาปัตยกรรมไม้และลวดลายฉลุประณีต เป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของศูนย์อนามัยที่ ๕
สู่พระราชานุสาวรีย์ ร.๖
รื้ออาคารด้านหน้าเพื่อเปิดทัศนียภาพสู่อาคารเสือป่า เตรียมพื้นที่สร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ ทรงชุดเสือป่า และลานภูมิทัศน์รับรองประชาชน
สิ่งของดั้งเดิมและเครื่องเรือนประวัติศาสตร์ภายในอาคาร
นอกจากโครงสร้างภายนอกที่ได้รับการบูรณะอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในอาคารสโมสรเสือป่าราชบุรียังเก็บรักษาเครื่องเรือนและสุขภัณฑ์โบราณที่มีอายุกว่า ๑ ศตวรรษ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการใช้งานจริงของสมาชิกกองเสือป่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ชุดโต๊ะและเก้าอี้สลักอักษรย่อ "สสร."
เจ้าหน้าที่งานควบคุมกามโรคได้ส่งมอบเก้าอี้ไม้สักโบราณคืนแก่อาคาร โดยที่พนักพิงด้านบนแกะสลักอักษรย่อ "สสร." ย่อมาจาก สโมสรเสือป่าราชบุรี เดิมมี ๔ ตัวและโต๊ะกลาง ๑ ตัว เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นเก้าอี้ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ทรงประทับเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาเสวยเครื่องว่างเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๕๖ จึงได้เก็บรักษาไว้อย่างดียิ่ง
อ่างอาบน้ำโลหะโบราณชั้นบน
อ่างอาบน้ำทำด้วยโลหะเคลือบตั้งอยู่ชั้นบนของอาคาร สันนิษฐานว่าติดตั้งไว้ตั้งแต่การก่อสร้างอาคารเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อน สอดคล้องกับความในพระบรมราชโองการรัชกาลที่ ๖ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกระบัตรเสือป่าจัดที่อาบน้ำไว้ ณ สโมสรสถาน เพื่อให้สมาชิกได้ชำระกายและผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายหลังจากการฝึกหัดอันเหน็ดเหนื่อย
พระราชดำรัสและหลักฐานจดหมายเหตุ
"...อนึ่งได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า สมาชิกบางคนมิค่อยได้มีเวลาที่จะกลับไปบ้านเพื่อแต่งตัว ครั้นถึงเวลาฝึกหัดก็ตรงมายังสโมสรเป็นความรีบด่วน บางคนก็ฝากเครื่องแต่งกายไว้กับที่ใกล้ๆ เคียง ซ้ำยังจะต้องเสียเวลาไปแต่งอีกก็มี ซึ่งน่าจะเป็นการลำบากอยู่บ้าง แต่เพื่อที่จะแก้ความข้องขัดตามที่กล่าวมานี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกระบัตรเสือป่าจัดที่รับฝากรักษาเครื่องแต่งกายสมาชิก และที่อาบน้ำไว้ที่สโมสรสถาน ตลอดจนอาหารเครื่องว่างสำหรับพระราชทานให้บรรดาสมาชิก..."
กระแสพระดำรัส สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ฯ (๒๐ ธ.ค. ๒๔๗๐)
การหัดกองพันทำการรบ กรมทหารราบที่ ๔ ณ สโมสรเสือป่า ราชบุรี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระดำรัสชี้แนะว่า "...วิธีรบอย่างใหม่เช่นนี้ การทำความเข้าใจกันเบื้องต้นเป็นข้อสำคัญมาก ในระหว่างผู้บังคับกองร้อยที่เป็นกองรบ กับผู้บังคับกองร้อยปืนกลหนัก ที่มีหน้าที่อุดหนุนกองรบให้สามารถเคลื่อนเข้าไปหาข้าศึก... ดูจากที่นี่ (ชั้นบนของอาคารเสือป่า เพราะสามารถมองเห็นการซ้อมรบจากที่สูงได้) การปฏิบัติในการหัดวิธีรบอย่างใหม่สำหรับวันนี้นับว่าพอใช้ได้ ฯ"
บันทึกประวัติศาสตร์: การเสด็จพระราชดำเนิน พ.ศ. ๒๔๘๙
เหตุการณ์สำคัญ ณ สโมสรเสือป่า ราชบุรี (๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙)
ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสมณฑลราชบุรี ทางราชการได้จัดเตรียม อาคารสโมสรเสือป่า เป็นสถานที่รับรองและเสวยเครื่องว่าง บันทึกระบุว่า ประชาชนชาวราชบุรีต่างเดินทางมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างเนืองแน่นเต็มลานเสือป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ปรากฏพระองค์เคียงข้างกันในหัวเมืองภาคตะวันตก
เทียบเคียงสโมสรเสือป่าทั่วสยามประเทศ
ในอดีต มีการก่อสร้างสโมสรเสือป่าขึ้นในหลายมณฑลทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นที่ตั้งมณฑล เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๖ กิจการเสือป่าซบเซาลง สโมสรส่วนใหญ่จึงถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่นและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ปัจจุบันสโมสรเสือป่าที่ยังคงความสมบูรณ์และได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถานมีเพียง ๒ แห่งเท่านั้น ในประเทศไทย
- ที่ตั้ง: ศูนย์อนามัยที่ ๕ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
- สถานะ: ขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร เป็นอาคาร ๒ ชั้นที่คงความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรมมากที่สุด
- ที่ตั้ง: พระราชวังจันทรเกษม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- สถานะ: อาคารชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ ป้ายชื่อ "สโมสรเสือป่า" ที่มุขหน้ายังคงเป็นป้ายไม้ดั้งเดิมตั้งแต่สมัย ร.๖
คลังภาพสโมสรเสือป่ามณฑลต่างๆ ที่ถูกรื้อถอนไปแล้ว (Lost Heritage)
หลักฐานภาพถ่ายโบราณบันทึกรูปทรงอาคารสโมสรเสือป่าในอดีตที่หาดูได้ยากยิ่ง รวบรวมโดย นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
นครปฐม
สโมสรเสือป่า นครปฐม
อาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง มีบันไดหน้ากว้าง ตั้งอยู่บริเวณเทศบาลนครปฐม (ถูกรื้อแล้ว)
สงขลา
สโมสรเสือป่า สงขลา
อาคารสองชั้นขนาดใหญ่ มีเสาก่ออิฐรับชายคา ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา (ถูกรื้อแล้ว)
อุดรธานี
สโมสรเสือป่า อุดรธานี
อาคารไม้ทรงปั้นหยาขนาดใหญ่ มีราวบันไดพญานาคและพระบรมรูป ร.๖ ใน มรภ.อุดรธานี (ถูกรื้อแล้ว)
นครพนม
สโมสรเสือป่า นครพนม
อาคารก่ออิฐถือปูนซุ้มโค้ง มีหน้าบันจั่วปูนปั้นสัญลักษณ์รูปหัวเสือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง (ถูกรื้อแล้ว)
ประวัติศาสตร์สาธารณสุข: ยุคสถานควบคุมคุดทะราด และความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO)
จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่สุดของอาคารสโมสรเสือป่าราชบุรีเกิดขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๔๙๑–๒๕๐๓ เมื่อเกิดการระบาดอย่างหนักของ โรคคุดทะราด (Yaws หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า โรคไทกอ) กองควบคุมกามโรคและคุดทะราด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดราชบุรี เพื่อใช้อาคารสโมสรเสือป่าแห่งนี้เป็นศูนย์บัญชาการในชื่อ "สถานควบคุมคุดทะราด" (Treponematoses Control Project) โดยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการและยาปฏิชีวนะจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) และ ยูนิเซฟ (UNICEF)
คณะทำงานกำจัดโรคคุดทะราด: ผู้เชี่ยวชาญ WHO ร่วมกับคณะแพทย์สาธารณสุขไทย
ภาพประวัติศาสตร์ชิ้นเอกนี้บันทึกการรวมตัวของนักวิชาชีพแพทย์ระดับประเทศและนานาชาติ โดยมี Mr. L. Arnua ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (W.H.O.) นั่งร่วมกับ นายแพทย์อำนวย อุทัยกร และคณะแพทย์ พนักงานวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนสาธารณสุขจากจังหวัดต่างๆ ทั่วสยาม เช่น มหาสารคาม, แพร่, ปราจีนบุรี, ชุมพร, นครสวรรค์, ขอนแก่น, นราธิวาส, ยะลา และนครพนม ที่เดินทางมาร่วมระดมสมองและฝึกอบรมการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อกวาดล้างโรคคุดทะราด
ด่านหน้าการรักษาโรคของราษฎร
ภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาที่คณะข้าราชการและแพทย์ผู้ปฏิบัติงานประจำสถานควบคุมคุดทะราดยืนอยู่หน้ามุขทางขึ้นอาคารสโมสร เคียงข้างเด็กชายผู้มารับการรักษา สังเกตป้ายหน้าบันหินอ่อนด้านบนที่ยังคงประดับ ตราปูนปั้นรูปหัวเสือ ของกิจการเสือป่าเดิมไว้อย่างชัดเจน
ภาพหมู่คณะเจ้าหน้าที่สถานควบคุมคุดทะราด
การรวมตัวครั้งใหญ่ของแพทย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนกว่า ๓๐ ท่านในชุดเครื่องแบบสากลผูกเนกไทหน้ามุขสโมสร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการออกตรวจคัดกรองและฉีดยาเพนิซิลลินแบบปูพรมทั่วพื้นที่มณฑลราชบุรีจนโรคคุดทะราดหมดสิ้นไปในราวปี พ.ศ. ๒๕๑๐
จากหน่วยกำจัดโรคระบาด สู่ "ศูนย์อนามัยที่ ๕ ราชบุรี" ในปัจจุบัน
เมื่อภารกิจกวาดล้างโรคคุดทะราดประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ พื้นที่และอาคารแห่งนี้ได้รับการต่อยอดให้เป็น ศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต ๗ โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพสตรีตั้งครรภ์ การทำคลอดที่ปลอดภัย และการส่งเสริมโภชนาการเด็ก จนพัฒนามาเป็น ศูนย์อนามัยที่ ๕ ราชบุรี กรมอนามัย ซึ่งเป็นเสาหลักด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประชาชนใน ๘ จังหวัดภาคตะวันตกจนถึงปัจจุบัน